Subscribe to
Posts
Comments

โลกส่วนตัว

เวลาเจอใครเขาก็มักเรียกผมว่าพี่มน คุณมน แต่หลังๆนี้มีคนเรียกว่า อาจารย์มน ที่จริงไม่ชอบหรอกครับ ผมไม่ได้เป็นครูบาอาจารย์ที่ไหน แต่พอมาคิดว่า เออ…ดีเหมือนกัน เวลาเรียกหมอผีเขาก็เรียกอาจารย์ แนะนำเรื่องบางเรื่องกับหลายๆคนมากๆเข้าเขาก็อุปโลกให้เป็นอาจารย์ เอาก็เอาวะ…ยังไงๆในblogนี้ผมจะเขียนเรื่องวิชาการไปพร้อมๆกับเรื่องลึกลับ ใครสนใจเรื่องไหนก็เอาเรื่องนั้นแล้วกัน

มิติที่สี่

เสียงดนตรีดังสนั่น… เสียงผู้คนที่พูดคุยกันเรื่องต่างๆอย่างออกรส… กลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลอยู่รอบๆห้องสี่เหลี่ยมใหญ่ดูแคบไปโดยปริยายเมื่อมีคนมาอยู่รวมๆกันมากมายในคืนวันศุกร์ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมร้านนี้จึงอยู่ได้มานานหนักหนาโดยที่ร้านอื่นๆต่างก็เลิกกิจการกันไปนานแล้ว คงเหลือแต่ร้านนี้ร้านเดียวที่แม้จะมาแต่หัวค่ำยังต้องยืนรอที่นั่งกัน           โต๊ะมุมริมซ้ายที่ผมนั่งอยู่กับเพื่อนสนิทที่มักจะร่วมกันร่ำสุรากันเกือบทุกคืน จะดึกดื่นหนักหนาก็แล้วแต่วันเวลาจะอำนวย สำหรับคนหนุ่มโสดแล้วอะไรๆก็สะดวกไปหมด ไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบใคร หรือสิ่งใดทั้งสิ้น          คืนนี้เรานั่งดื่มและคุยเรื่องต่างๆทั่วไปกันมาตั้งแต่สองทุ่มเศษๆแล้ว ยังไม่มีสัญญาณของการเลิกราจากเพื่อนร่างเล็กของผมเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับผมแล้วเข้าขั้นเต็มที่ทีเดียว จะกัดฟันนั่งทนมึนเมาต่อไปเห็นจะไม่ไหวเสียแล้ว แต่โชคดีหน่อยที่ที่พักของผมอยู่ห่างจากผับนั้นไม่ไกล เส้นทางที่ต้องใช้ก็เป็นเส้นทางถนนใหญ่ ขับรถมุ่งหน้าไปทางแยกประชานุกูล เลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งขึ้นสะพานข้ามถนนวิภาวดีฯ ข้ามแยกรัชโยธิน ผมต้องขับรถผ่านปากซอยมากมายในแถวนั้น ผมอยู่ที่อพาสเม้นต์ ในซอยอาภาภิรมย์ ผมอาศัยเส้นทางนี้ในตอนเช้าเพื่อไปทำงานที่บางนา และกลับเส้นทางนี้หลังจากร่ำสุราในเวลาไม่ต่ำกว่าห้าทุ่มทุกวัน เวลากลับโดยเฉลี่ยน่าจะราวตีหนึ่ง          ซอยดังๆก็ซอยเสือใหญ่อุทิศ  ตรงเกาะกลางถนนรัชดานั้นเชื่อว่าหลายท่านคงเคยเห็น เป็นต้นโพธิ์ขนาดกลางๆไม่ใหญ่นัก พวงมาลัย ผ้าเจ็ดสีเต็มรอบต้น บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นโค้งที่สังเกตได้ยาก มันเหมือนไม่โค้ง แต่หลายคนไม่ว่าดาราคนดัง ชาวบ้านทั่วไป ต่างพากันมาจบชีวิตในบริเวณนี้หรือใกล้ๆนี้กันหลายคนแล้ว           ผมอาศัยอยู่ในละแวกนี้มานาน ใช้เส้นทางนี้แถบจะทุกวัน เวลาเช้าที่ออกไปทำงานจะเห็นร่องรอยและซากรถ คราบเลือดบนท้องถนนในบริเวณนั้นเรียกได้ว่าวันเว้นสองสามวันเลยก็ว่าได้          เขาว่าแถบนี้มีอาถรรพ์ มีวิญญาณผู้ที่มาเสียชีวิตที่นี้ไปไหนไม่ได้ต้องหาตัวแทนให้ได้เสียก่อนจึงจะหลุดไปผุดไปเกิดได้๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

          ผมบอกขอตัวแยกกับเพื่อน แล้วเดินโยกเยกออกนอกร้านมาขึ้นรถ ติดเครื่อง กำลังจะถอยรถออกไป เจ้าอาร์มเพื่อนนั่งดื่มของผมเดินมาเคาะประตู          มึงไหวแน่นะ? มันไม่เคยเป็นห่วงผมเลยนี่นา          แค่นี้เอง…ขับรถเป็บเดียวก็ถึงแล้ว…ไม่ต้องห่วง ผมตอบแบบรำคาญ อะไรวะ…กินเที่ยวกันมาขนาดนี้ วันนี้เสือกมาห่วง ผมคิดในใจ          เออ…ขับรถดีๆแล้วกัน สีหน้ากังวลผิดปกติ แล้วคุยกันพรุ่งนี้ มันทิ้งท้าย          ผมถอยรถออกไป มุ่งหน้ากลับที่พักให้เร็วที่สุด มึนเหลือเกิน คืนนี้เส้นทางนี้มันช่างยาวไกลเสียจริงๆทั้งๆที่มันก็ไม่น่าจะเกิน7กิโลเมตร           อาการมึนของผมวันนี้มาแปลก ผมไม่เคยมึนขนาดโงหัวไม่ขึ้น ตาจะปิดไม่ปิดแหล่           …เอ…นี่ผมขับรถมาทางไหนนี่… เส้นทางที่แปลกตาไป ถนนที่ยาวสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเป็นท้องนา มีต้นตาลที่ชาวนาปลูกเอาไว้ขึ้นประปรายตามริมคันนา คล้ายขับรถผ่านจังหวัดเพชรบุรีเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ไม่รู้ผมคิดอะไร มารู้สึกข้างหน้าเป็นทางเล็กๆ พื้นเป็นดินแข็งๆ ไม่มีทางอื่นอีกแล้วนอกจากขับตรงเข้าไป           ผมยังไม่ถึงที่พักนี่หวา…จะฝันได้อย่างไง          หรือว่าเลี้ยวผิดออกมาแถวปทุมฯ …ไม่น่าเป็นไปได้มาได้ไม่ไกลเลย ไม่น่าใช่          …แล้วนี่กูอยู่ไหนวะเนี่ย….

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 

         ผมไม่มีทางให้เลือกในเมื่อต้องอยู่ในภวังค์ก็ต้องอยู่ต่อไป ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย ผมขับเข้าซอยเล็กๆนั้นเข้ามาเล็กน้อยก็มองเห็นแสงไฟริบๆ น่าจะเป็นบ้านคนหรือไม่ก็ร้านค้าริมถนน ดีเหมือนกันจะได้จอดถาม แต่ถ้าเป็นร้านค้าจะได้หาน้ำเย็นๆดื่มให้ซ่างเมาเสียหน่อย           เป็นร้านค้าจริงๆ มีลุงอายุราวห้าสิบกว่าๆนั่งรอลูกค้าที่ร้าน ในร้านไม่มีไฟฟ้า แต่มีแสงเทียนจุดอยู่ แกคงประหยัดมั่ง เอาเถอะน่า ผมจอดรถแล้วลงไปขอซื้อน้ำเปล่าดื่ม           ไม่มีว่ะไอ้หนุ่ม…มีแต่น้ำแดง ไม่เย็นนะ เอาเปล่าล่ะ? ลุงแกบอก ดีกว่าไม่ได้ดื่มอะไรเลยผมคิดแล้วตอบตกลง จ่ายเงินไปสิบบาท แล้วบอกลุงว่าไม่ต้องทอน          นี่มันที่ไหนครับลุง? ลุงแกมองผมแล้วน่าจะคิดได้ว่าไอ้นี่ท่าจะเมาขับหลงทางมา           ผมจำได้ดีว่าแกตอบว่า ลาดปลาเค้า ไม่น่าผิด ผมหลงทางแน่ๆ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเห็นถนนด้านนอกนั้นเจริญก็เหอะ ส่วนในๆนั้นก็ยังเป็นสวน เป็นท้องนาอยู่          ผมจะไปออกถนนลาดพร้าวได้อย่างไงครับ ผมคงต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่ลาดพร้าวจะดีกว่า เพราะเข้าที่พักตรงปากซอยลาดพร้าว 31 ไม่น่าจะมีทางให้หลงอีกแน่ เพราะเป็นซอยตรงๆไม่มีซอยแยก          ขับตรงไป เห็นทางแยกเล็กๆข้างหน้าเลี้ยวซ้ายไปตามทาง จะเจอถนนใหญ่ เจอแล้วเลี้ยวซ้ายจะมีป้ายบอกทางไปตามนั้นแหละ ลุงแกบอกทางให้          ผมขับรถตามคำบอกของแก ออกมาเจอถนนลาดพร้าวจริงๆ สุดท้ายผมก็กลับเข้าที่พักได้ อาการเมาของผมซ่างไปแล้ว เหลือแต่ความเหนื่อยอ่อนเพลีย ไม่ทันได้อาบน้ำก็หลับไปจนสว่าง๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

          เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ผมนึกโมโห ใครวะโทรมากวนแต่เช้า          เฮ้ย…ตื่นยังวะ…เป็นไงบ้าง เสียงเจ้าอาร์มเพื่อนร่างเล็กของผมนั่นเอง           ก็ตื่นตอนนี้แหละ…เป็นไรวะโทรมาแต่เช้า…มีอะไรเด็ดๆหรือ? ผมถามกลับ          เมื่อคืนเห็นอะไรแปลกๆ รอบๆตัวเอ็งนะซิ เลยใจไม่ดี มันว่า          เห็นอะไรวะ…เล่ามาซิโว้ย ชักหงุดหงิด          กูเห็นเป็นหมอกขาวๆแดงก่อตัวรอบตัวเอ็ง ตอนแรกก็คนว่ากูเมา ดูอีกทีก็ยังเห็น เลยเดินตามไปดูเอ็งไง มันเล่าให้ผมฟัง          เออว่ะ…เมื่อคืนมีอะไรแปลกๆเหมือนกัน…เอ็งแต่งตัวแล้วมาหากูที่อพาสเม้นต์หน่อยซิวะ กูจะไปดูอะไรหน่อย ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

          บ้านไอ้อาร์มอยู่แถวพงศ์เพชร ขับรถมาไม่นานก็ถึงที่พักผม  ผมเล่าเรื่องที่ประสบมาเมื่อคืนให้มันฟัง และบอกมันว่าผมอยากกลับไปดูเส้นทางที่ผมหลงไปเมื่อคืนนี้อีกทีให้มันไปเป็นเพื่อนผมด้วย          เราเริ่มต้นที่ปากซอยลาดพร้าว31 ไปตามทางที่ผมวิ่งออกมาตามคำบอกทางของลุงเจ้าของร้าน ไปจนถึงปากทางที่ผมเลี้ยวออกมาจากถนนดินเล็กๆนั่น           เอ…หรือว่าผมจำทางผิด ก็ถนนดินนั่นมันเป็นซอยทางเดินเล็กๆ รถมอเตอร์ไซต์วิ่งสวนกันน่าจะพอไหว แต่ไอ้เจ้าอิซูซุสี่เท้าของผมคงเข้าไปไม่ได้แน่ๆ           ผมชวนไอ้อาร์มเดินเข้าไปในนั้น เป็นเส้นทางที่ผมคุ้นๆ เลี้ยวขวาเข้าไป ผมไม่เห็นร้านค้าของลุงเมื่อคืนนี้ แต่ที่ผมเห็นคือ….          ศาลเพียงตาข้างทาง  มีชั้นไม้ขนาดพอวางของเซ่นไหว้ขนาดวางขวดน้ำ วางเทียนแท่งขนาดเล็กสองแท่ง อาหารถ้วยเล็กๆได้นิดหน่อย แล้วที่ทำให้ผมตกใจจนหน้าซีดคือ เศษแท่งเทียนที่เหลือแต่น้ำตาเทียนและขวดน้ำแดงที่มีน้ำแดงเหลือค้างอยู่ครึ่งขวด และเงิน10 บาทวางอยู่บนชั้นไม้นั่นเอง…..

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

           มึงไปทำอะไรมาถึงโดนเข้าแล้วนี่? ไอ้อาร์มซักผมขณะเราขึ้นรถกลับที่พัก          ผมไม่น่าจะขับรถหลงทางมาได้ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ ผมข้ามสะพานข้ามถนนวิภาวดีฯมาแล้วนี่นา ผมจำได้ แต่มารู้ตัวอีกทีอยู่กลางถนนสายกลางทุ่งอย่างนี้มันแปลกชะมัด ทางเดินแคบๆแล้วผมเอารถเข้าไปวิ่งได้อย่างไง ลุงคนนั้นเป็นใคร ดึกดื่นปานนั้นทำไมยังเปิดร้าน หรือแกมารอผมโดยเฉพาะ…          ผมนิ่งคิดอยู่นาน ผมไปทำอะไรเข้าจึงโดนเข้าแบบนี้ ผมเชื่อว่านี่เป็นแค่การสั่งสอนเท่านั้น เดชะบุญที่เจ้าที่เจ้าทางบริเวณนั้นช่วยเอาไว้แท้ๆ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙          เช้าวันศุกร์ วันที่ผมเมาแล้วขับรถกลับที่พักนั่นเอง ออกจากซอยอาภาฯมารถก็ติดหนัก ผมเป็นคนไม่ชอบนั่งติดอยู่ในรถเป็นเวลานานๆ แถมต้องรีบไปทำงานอีกต่างหาก อารมณ์หงุดหงิด ทำให้พูดออกไปแบบไม่ได้คิด อะไรกันนักกันหนาโว้ย ไม่มีที่อื่นให้ตายกันแล้วหรือไง มาตายกันอยู่ได้แถวนี้          ครับ เมื่อตอนเช้ามืดวันศุกร์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงบริเวณหน้าปากซอยเสือใหญ่ฯอีกแล้ว           เขาผู้นั้นไม่ชอบคำพูดของผม เป็นแน่……………..